Investment Themes 2022

Investment Themes 2022

 

โดย อ. วิน พรหมแพทย์

วันที่ 7 ม.ค. 2022

 

 

 

          อ.วิน พูดถึงธีมการลงทุนของปีนี้ (2022) มี 4 ธีมหลัก เรื่องแรกคือ เรายังคงอยู่กับ Covid-19 ต่อ และคือปีนี้มีเรื่องของเงินเฟ้อเข้ามาต่อเนื่อง 2.เรื่องการเติบโตที่อาจจะไม่สมดุลกัน ทำให้นโยบายทางการเงินต่างกัน 3.การลงทุนต้องสนใจสิ่งแวดล้อม เรื่องของการรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น 4.ในปี้นี้หุ้นน่าจะผันผวน ต้องหาที่หลบความวุ่นวายของตลาดหุ้น

 

          สิ่งที่ติดตามในช่วงปลายปีที่แล้วคือ เรื่องของการฉีดวัคซีน ในหลายประเทศฉีดวัคซีนไปเยอะแล้ว ตอนนี้สิ่งที่ต้องคำนึงถึง คือ เรื่องของการฉีดเข็มที่ 3 (Booster) มากกว่า ประเทศไทยถือว่าฉีดวัคซีนเร็วมากในช่วงปลายปี แต่ต้องมาดูกันต่อว่าจะสามารถต้านสายพันธุ์ Omicron ได้หรือไม่

          ปีที่แล้วเศรษฐกิจมีการฟื้นตัวได้ดีขึ้นต่อเนื่องจาก ลบ 50-60% เหลือประมาณ ลบ 10-20% ซึ่งถือว่าต่ำกว่าปกติไม่เยอะ ประเทศที่ช่วงค่อนข้างห่างจากปกติ คือ ประเทศทางฝั่งยุโรป

          BlackRock บอกว่า เงินเเฟ้อเพิ่มจะสูงในไตรมาสแรกของปีนี้ แต่ว่าน่าจะค่อยๆ ลดลงในช่วงกลางปีเป็นต้นไปทั้งสหรัฐฯ และยุโรป อีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น คือ เรื่องของ Supplu Chain ทาง BlackRock ได้ทำ Indicators ย้อยหลัง ซึ่งในรอบหลายปีที่ผ่านมาพบว่าเพิ่งมาพุ่งสูงมากช่วงนี้ แต่ทาง BlackRock เชื่อว่าจะเริ่มคลี่คลายแล้ว ตัวเลขก็เริ่มแผ่วลง ราคาพลังงานก็เช่นกันที่พุ่งไปเยอะ แต่ก็น่าจะแผ่วลงได้ ราคาน้ำมันมีปรับลงไปช่วงปลายปีก็ขึ้นมาใหม่

 

 

          เศรษฐกิจจะฟื้นไม่เท่ากันทำให้นโยบายการเงินอาจจะสวนทางกัน จากตัวเลขเศรษฐกิจจะเห็นได้ว่าส่วนใหญ่สูงกว่าค่าเฉลี่ยย้อยหลัง 10 ปี (อเมริกา ยุโรป และญี่ปุ่น) ถือว่าเป็นตัวฟื้นเศรษฐกิจที่ดี มีประเทศจีนที่โตต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ประเทศจีนฟื้นแต่ว่าฟื้นต่ำว่าที่เคยฟื้นก่อนหน้านี้

          ทางด้านตัวเลข GDP ของสหรัฐฯ ยุโรป ถ้าดูเทรนระยะยาวจะกลับเข้าสู่เทรนเดิมในแง่ของตัวเลข GDP ประเทศจีนแม้จะฟื้นตัวได้ดีและเร็วที่สุดในกลุ่ม EM แต่ด้วยแนวโน้มขะลอลงในระยะสั้น (ต่ำกว่า 5%) คาดว่าจีนจะต้องออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม จะเห็นได้ชัดถึงความแตกต่างของ 2 ฝั่ง ว่าทางฝั่งอเมริกาเศรษฐกิจจะฟื้น เงินเฟ้อจะมา ต้องพยายามแตะเบรค ขึ้นดอกเบี้ย Fed แต่ทางฝั่งประเทศจีนเป็นฝั่งที่จะต้องมาประคองเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวดีกว่านี้ อาจจะต้องอัดฉีดมากขึ้น กระตุ้นมากขึ้น ซึ่งพอฝั่งหนึ่งกระตุ้นอีกฝั่งหนึ่งแตะเบรค ทำให้ตลาดปั่นป่วนได้จากความแตกต่างกันของนโยบาย

 

          Krungsri Research มีการคาดการณ์ว่าปีนี้ (2022) เศรษฐกิจไทยจะโต 3.7% และคาดว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจจะกลับมาเท่า Pre-Covid ปลายปี 2022 ประเทศไทยจะกลับมาเป็นปกติปลายปีนี้ แต่ยังไม่เข้าเทรน แค่กลับมาเท่าเดิมในปลายปีนี้ มีการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจช้า

          การส่งออกน่าเป็นปัจจัยที่จะช่วยหนุนเศรษฐกิจไทยในปีนี้ การส่งออกจะโต 5% ซึ่งถือว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยในรอบ 10 ปี ถ้าเศรษฐกิจโลกฟื้อน ประเทศไทยคงจะส่งออกได้มากขึ้น ในส่วนของการท่องเที่ยว Krungsri Research คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะกลับมาเท่า Pre-Covid (40 ล้านคนต่อปี) ในปี 2025 และนักท่องเที่ยวไทยจะกลับมาในปี 2024 

          สหรัฐฯ เศรษฐกิจฟื้น เงินเฟ้อเป็นปัจจัยเสี่ยงและมาแรง แต่ของประเทศไทยไม่ใช่แบบนั้น ประเทศไทยกับสหรัฐฯ จะต่างกัน เพราะ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยแต่ประเทศไทยคงจะยาก เพราะเศรษฐกิจเราฟื้นตัวช้า กรณีดอกเบี้ยของเราคงไม่ขึ้น

 

 

          ESG เป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้ ทุกประเทศจะต้องลงทุนในการเปลี่ยนแปลงเรื่องของแหล่งพลังงานให้สะอาดมากขึ้น ซึ่งต้องใช้เงินจำนวนมหาศาลในการทยอยลดการพึ่งพาพลังงานถ่านหินให้เป็นพลังงานสะอาดมากขึ้น แต่การลงทุนครั้งนี้ไม่ได้เสียเปล่า จะต้องเกิดบวกกับเศรษฐกิจอย่างแน่นอน

          BlackRock มองว่า แม้ Green Transition จะมีต้นทุนแต่ผลประโยชน์ต่อการเติบโตของเศรษฐกิจมีมากกว่า และทำให้มีเม็ดเงินลงทุนในเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก ESG Assets มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง และมีโอกาสสร้างผลตอบแทนได้ดีกว่า

 

          เราสามารถหลบความผันผวนของตลาดหุ้นได้ด้วยการลงทุนใน Private Assets อาทิ Private Real Estate และ Private Equity

 

          หากคุณต้องการเรียนรู้สถานการณ์สดๆ ทันต่อเหตุการณ์ โอกาสพิชิตการลงทุนก็อยู่แค่เอื้อม คอร์สนี้คือคอร์สสำหรับคุณ “Investment & Business Buffet (IB)” 

 

สามารถสมัครออนไลน์ได้แล้ววันนี้ https://csisociety.com/investment-buffet/