CSI Society โครงการอบรมนักลงทุน CSI

คิดจะลงทุน คิดถึง CSI

RBF ภาค ½ : จ้าวสีกลิ่นรส

CSI Society โครงการอบรมนักลงทุน CSI

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on google
Google+
Share on whatsapp
WhatsApp
Share on email
Email
โดย เอก ธำรง
เจ้าของเพจ VI Buffet byเอกธำรง
 
บริษัท 6 เด้งนับตั้งแต่เข้าตลาดหุ้นปลายปี 2019 บริษัทมีที่มาอย่างไรตามอ่านกันได้ครับ
ภาค 1 จะเป็นการปูพื้นฐานให้เห็นภาพรวมแบบสั้นกระทัดรัด เพื่อไม่ให้บทความยาวไปจะแยกเป็น 2 ภาค
บริษัททำเกี่ยวกับส่วนผสมในอาหาร เครื่องสำอาง ช่วยแต่งสีกลิ่นรส โดยแบ่งเป็น 6 ประเภทของรายได้
 
1. Flavour – สีผสมอาหาร ส่วนผสมในเครื่องสำอาง
2. Food Coating – แป้งและซอส เคลือบอาหาร
3. สินค้าอบแห้ง
4. อาหารแช่แข็ง
5. บรรจุภัณฑ์พลาสติก
6. Trading (พวกสารเติมแต่งอาหาร)
 
รายได้จาก 1 & 2 มีสัดส่วน 70 ถึง 75% ของยอดขาย
ขายโออีเอ็มเป็นหลัก (made to order) 80% ธุรกิจค้าปลีก 20% ทำให้แบรนด์ต่างๆ รวมถึงแบรนด์ของตัวเองตามแม็คโคร โลตัส บิ๊กซี ลูกค้าเป็นกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม เครื่องสำอาง อาหารสัตว์ สบู่ แชมพู น้ำยา โดยมี8 โรงงานที่ไทยและ 1 เวียดนาม 1 อินโดนิเซีย ห้องแล็ปบริษัทบอกว่าดีที่สุดในเมืองไทยสามารถทำรสชาติเฉพาะตัวให้ลูกค้าได้เลยภายใน 1 วัน
 
ลูกค้าท็อป 10 ซึ่งเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ในเมืองไทยมีสัดส่วน 40% ของรายได้ สัดส่วนต้นทุนสินค้าบ.ต่ออาหารน้อยมากโอกาสเปลี่ยนเจ้ายาก เพราะการทำให้รสชาติเหมือนกันเปี๊ยบไม่ใช่ง่าย เกิดลูกค้าเปลี่ยนใจไปเจ้าอื่นแล้วลูกค้าแมสไม่ชอบรสชาติขึ้นมาจะกระทบการขายของลูกค้าซึ่งไม่คุ้ม
 
ตลาดอุตสาหกรรมกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มในไทยใหญ่ขนาดไหน?
รายได้ของบริษัทในอุตสาหกรรมกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม 2.5 ล้านๆบาท
กำไร 100,000 ล้าน ผู้เล่น 14,185 ราย
บริษัทอยากบุกต่างประเทศจึงเข้าตลาดหุ้น โดยแผน 3 ปีนับจากนี้ยังเน้นแถบอาเซียน แต่ก็มีเล็งจีน อินเดีย บังกลาเทศ รัสเซียเพราะส่งออกไปอยู่แล้ว
 
ที่ตั้งของบริษัทในต่างประเทศ
1. เวียดนาม – โรงงานเริ่มรันช่วงเดือนตุลาปี 2020=1 กะ วางแผนไม่เกินไตรมาส 2-3 ปี 2021 รันอีก 1 กะ (1 กะ = 8 ชม.)
2. อินโดนีเซีย – โรงงานเริ่มรันกะ 2 ช่วงเดือนตุลาปี 2020 วางแผนไม่เกินไตรมาส 3 ปี 2021 รันอีก 1 กะ (เอาให้ครบวันไปเลย) บริษัทจะพยายามเน้นกลุ่มค้าปลีกเพิ่มขึ้นและสินค้าฮาลาล
3. สิงคโปร์ – ตั้งสำนักงานขายและห้องแล็ปโดยมีวัตถุประสงค์ให้ช่วยขายงานต่างประเทศไม่มีแผนสร้างโรงงาน
4. ญี่ปุ่น ตั้งบริษัทซื้อมาขายไปขายแค่ในญี่ปุ่นไม่มีแผนตั้งโรงงานเพราะค่าใช้จ่ายสูง
 
1-2 ค่าเสื่อม ~ 10 ล้านบาทต่อปี / รายได้เป็น 7% ของรายได้รวม โดยสัดส่วนรายได้สองแห่งใกล้เคียงกันอินโดมากกว่าหน่อย เฟสแรกเป็นสินค้าเกล็ดขนมปัง / ลงทุนไม่มากไม่เกิน 100 ล้าน เพราะสถานที่เช่าเอา และประโยชน์ที่ได้คือประหยัดค่าส่งจากไทยไปเกือบ 2 ล้านบาทต่อเดือน
 
รายได้ต่างประเทศ 15% ของรายได้รวม (หมายถึงรายได้ในต่างประเทศ+การส่งออกจากไทย) ปี 2020 ดี (โตระดับ 2 หลักที่เวียดนาม อินโด) แต่โดนผลกระทบมากจากการส่งออกไปญี่ปุ่น รัสเซียหดตัวลง ลูกค้าหลักเป็นโรงงานโดยทำสินค้าเหมือนที่เมืองไทยทำเฉพาะที่ชำนาญ บริษัทคาดหวังรายได้ต่างประเทศในอนาคตเป็น 20 ถึง 30% ของยอดขาย
 
รายได้ในประเทศอัตรากำไรขั้นต้นสูงโดดเพราะขาย flavor เยอะ
บริษัทใช้งบวิจัยและพัฒนา 2-3% ของยอดขาย โดยส่วนใหญ่จะอยู่ที่ค่าใช้จ่ายการขายและบริหาร หลักๆเป็นเงินเดือนและสวัสดิการพนักงานระดับสูงต่างชาติ มี 50 คนจากพนักงาน 1,000 กว่าคน
 
บริษัทไม่ได้มีการจดแพเทนท์เพราะการจดจะต้องเปิดเผยสูตรส่วนผสมซึ่งลูกค้าก็ไม่อยาก
 
โปรเจคเพิ่มเติม
1. บริษัทนี้ออกสินค้าใหม่ๆทุกปี – บริษัทมีทำสินค้าให้ลูกค้าทำอาหารคีโตและแพลนท์เบส วางรากฐานไว้เผื่ออนาคตที่ยังมองไม่เห็นว่าจะเติบโตมาก แต่จะได้เกาะกระแสไปด้วย ถ้ามาได้เยอะจริงๆก็ลุยได้เลย อารมณ์เหมือนเป็นโบนัส
2. เจลลี่เคลือบคอลลาเจ้น – โกโระๆ ขายโดยส่งออกเป็นหลักเริ่มปี 2019 รายได้ต่อปีเกือบ 10 ล้านบาทแต่ช่วงหลังดรอปลง
3. โรงแรม 2 แห่ง
 
ขาดทุนรวมปีละ 60 ถึง 80 ล้านบาท โดยขาดทุนเลยตั้งแต่ส่วนกำไรขั้นต้นเฉลี่ยปี 62 – 63 = 20 ล้านบาท
ปีนี้บริษัทตัดสินใจขายซึ่งหาผู้ซื้อยากมาก ถ้าขายได้ก็ต้องกดราคามากจากสถานการณ์ช่วงนี้ ทางกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่เลยซื้อไว้เองในราคาที่ผมคิดว่ายอมจ่ายมากพอสมควร
 
เป็นกฎเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ที่เมื่อผู้ซื้อและผู้ขายเป็นบุคคลเกี่ยวข้องกันต้องใช้บริษัทประเมินที่ทางตลาดหลักทรัพย์รับรอง 2 เจ้า เพื่อให้ผู้ถือหุ้นทุกคนเห็นภาพที่ชัดเจนขึ้น โดยการลงมติในที่ประชุมประจำปี 2021 จะต้องมีเสียงลงมติสามในสี่อนุมัติโดยที่กลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่เป็นผู้ซื้อโรงแรมจึงงดสิทธิ์ออกเสียง มติในที่ประชุมอนุมัติข้อมูล
 
สรุปแล้วโรงแรมจะถูกขายออกภายในเดือนมิถุนายน 2020 และจะไม่มีขาดทุนมาผสมอยู่กับงบบริษัทอีกแล้วหลังจากนั้น
ปี 2021 ไตรมาส 1 จะมีขาดทุนด้อยค่าโรงแรม 62 ล้านบาท
 
กัญชง
รอใบอนุญาต เบื้องต้นมีดีเลย์จากสถานการณ์โควิดที่เกิดขึ้น
เมืองไทยไม่อนุญาตให้นำเข้าใบกัญชงภายใน 5 ปีเพื่อปกป้องเกษตรกร
มีบางโบรคคาดการณ์กำไรเพิ่มขึ้นได้อีก 30 ถึง 40% วัตถุดิบนำมาจากเกษตรกรผู้ปลูก
 
VI Buffet byเอกธำรง

CSI INVESTMENT STRATEGY

EXPERTISE YOU NEED , SERVICE YOU DESERVE!

สมัครรับข้อมูลข่าวสาร
และเป็นส่วนนึงของโครงการของเรา

รับรู้ข้อมูลข่าวสาร และโปรโมชั่นใหม่ๆได้ก่อนใคร
พร้อมรับคูปองส่วนลด 5% ในการซื้อคอร์สหรือสินค้าของ

รับรู้ข้อมูลข่าวสาร
และโปรโมชั่นใหม่ๆได้ก่อนใคร
พร้อมรับคูปองส่วนลด 5% ในการซื้อ
คอร์สหรือสินค้าของ