CSI Society โครงการอบรมนักลงทุน CSI

คิดจะลงทุน คิดถึง CSI

Gold 101

CSI Society โครงการอบรมนักลงทุน CSI

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter
Share on google
Google+
Share on whatsapp
WhatsApp
Share on email
Email

สวัสดีนักลงทุนท่านครับ สวัสดีปีวัวที่เริ่มต้นมาได้อย่างร้อนแรง ทั้งตลาดหุ้น Bitcoin และตัวเลขผู้ติดเชื้อ ยินดีต้อนรับเข้าสู่ปี 2564 อย่างเป็นทางการครับ วันนี้ผมจะมาเล่ามุมมองสำหรับนักลงทุนที่กำลังลังเล ว่าควรจะลงทุนในทองอยู่ไหม

.

ก่อนเราจะเข้าเรื่องกันผมอยากจะย้อนไปเมื่อปี 2563 สั้นๆ ในปี 2563 เป็นปีที่ผันผวนที่สุดไม่ว่าจะเป็นตลาดเอเชีย ตลาดยุโรป ตลาดอเมริกา หรือแม้แต่สินทรัพย์ที่มีค่า เช่น ทองคำ เเร่เงิน แพลตตินั่ม และ Bitcoin ที่ทุกคนสนใจ ในสภาพตลาดที่มีความเสี่ยงและโรคยอดฮิตอย่าง Covid-19 ทำให้ผมอดคงหยิบยกสินทรัพย์ 2 ชนิดนี้ขึ้นมาไม่ได้นั่นคือ ”ทองคำ” เมื่อดูต้นปี 2563 ราคาทองอยู่ที่ 1,528.00 ดอลลาร์ต่อออนซ์ซึ่งเมื่อสิ้นปีราคาทองคำพุ่งทยายขึ้นไปถึง 1859.5 ดอลลาร์ต่อออนซ์เพิ่มขึ้นมาถึง 21.7 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเปรียบเทียบกับดัชนีตลาดหุ้นบ้านเรา (SET) ที่สามารถทำผลตอบแทนที่ติดลบ 10.7% เมื่อตอนต้นปี 2563 ราคาดัชนีอยู่ที่ 1595.8 จุด และสิ้นปี 2563 ลดมาอยู่ที่ 1424.4 จุด

.

ก่อนที่จะลงทุนใด ท่านผู้อ่านควรจะเข้าใจก่อนว่า สินทรัพย์ที่ท่านกำลังจะลงทุนนั้น มูลค่าเพิ่มมาจากไหน และมีกลไกลราคาตลาดอย่างไร

.

“ทองคำ” เป็นสินทรัพย์ที่ป้องกันความเสี่ยงไม่ว่าจะเป็นสงครามรวมไปถึงเรื่องของสภาพเศรษฐกิจรวมของโลก แต่ทองคำไม่ใช่สินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดกระแสเงินสดเหมือนหุ้นหรือตราสารหนี้ ซึ่งทองจะเป็นโลหะมีค่าที่ใช้ในการลงทุนและใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมจิวเวลรี่อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์รวมไปถึงอุตสาหกรรมยานยนต์เป็นต้นด้วย โดยในอดีต ทองคำใช้เพื่อแลกเงินตราต่างๆของธนาคารธนาคารต่างๆ แต่เมื่อธนาคารต่างๆผลิตเงินขึ้นมาให้เราใช้ธนาคารต่างๆต้องทำการสำรองทองคำไว้ หรือเรียกว่า “Gold Standard” แต่เมื่อเวลาผ่านไปประเทศในแต่ละประเทศมีภาระหนี้สินที่เพิ่มขึ้นทำให้ธนาคารต่างๆ ทั่วโลกไม่ได้ใช้ทองคำเป็นทุนสำรองอีกต่อไปเพราะเมื่อพิมพ์เงินเข้ามาในระบบเศรษฐกิจเป็นจำนวนมาก แต่ไม่ได้มีสินทรัพย์สำรองไว้จึงเรียกว่า QE (Quantitative Easing) จึงทำให้ทองเป็นสินทรัพย์ที่น่าดึงดูดสำหรับนักลงทุนไม่ว่าจะเป็นนักลงทุนรายย่อยหรือนักลงทุนสถาบัน

.

นักลงทุนคงอยากจะรู้ว่าอะไรคือหรือปัจจัยที่เป็นแรงกระตุ้นให้ราคาสินทรัพย์หรือทองคำนั้นพุ่งสูงขึ้นกว่า 21.7 เปอร์เซ็นต์ในปีที่ผ่านมา จริงๆ มีอยู่หลายปัจจัยด้วยกันครับ

.

ปัจจัยแรก อุปสงค์หรืออุปทาน (Supply- Demand)

เมื่อมีความต้องการทองคำเพิ่มขึ้นราคาก็เพิ่มขึ้นและในทางกลับกัน ทองคำเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ชนิดหนึ่งที่มีความต้องการอย่างต่อเนื่อง อุปสงค์และอุปทานมีบทบาทสำคัญในการกำหนดราคาทองคำ เมื่อมี Covid-19  จึงส่งผลกระทบเรื่องการขนส่ง โดยเฉพาะการส่งมอบทองคำไปยังโรงงานสกัดในต่างประเทศ จึงทำให้ GAP ราคา ซื้อขายผันผวนและห่างกัน สูงสุดถึง 5 ดอลลาร์ต่อออนซ์

.

ปัจจัยที่ 2 เงินเฟ้อ

เมื่อเงินเฟ้อสูงขึ้นเกิดจากการที่รัฐบาลพิมพ์ธนบัตรเข้าสู่ในระบบ (QE) ซึ่งหมายถึงมูลค่าของเงินในปัจจุบันลดลง ราคาทองคำจะตอบสนองต่อเงินซื้อขายจากต่างประเทศทั่วโลก ดังนัั้นผู้คนจึงถือทองคำแทนการถือเงิน เมื่อเงินเฟ้ออยู่ในระดับสูงเป็นระยะเวลานานทองคำจะเป็นสินทรัพย์ที่มีหน้าที่เป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงของเงินเฟ้อเหล่านั้น เนื่องจากว่ามูลค่าของสกุลเงินมีความผันผวนอยู่เสมอจึงทำให้ทองคำเป็นสินค้าที่มีเสถียรภาพในระยะยาวมากกว่า

.

ปัจจัยที่ 3 อัตราดอกเบี้ยทั่วโลก

เช่น อัตราดอกเบี้ยของสหรัฐอเมริกา โดยเราทราบอยู่แล้วว่าทองและอัตราดอกเบี้ยมีความสัมพันธ์แบบผูกพันกันมาตลอด เมื่อดอกเบี้ยสูงขึ้น คนจะขายทองและนำเงินไปใช้ลงทุนในตลาดตราสารหรือตลาดทุนเพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่สูงกว่าทอง เมื่อดอกเบี้ยลดลงผู้คนจะซื้อทองคำมากขึ้นส่งผลให้ความต้องการเพิ่มขึ้นเช่นกัน ซึ่งในปี 2563 มีการทรงตัวของดอกเบี้ยที่ต่ำเพื่อพยุงเศรษฐกิจในช่วง Covid-19 และนั่นก็ส่งผลให้ราคาทองคำเพิ่มขึ้น

.

ปัจจัยที่ 4 ความผันผวนของสกุลเงิน

ทองคำมีการซื้อขายในตลาดต่างประเทศในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ดังนั้นเมื่อเงินดอลลาร์สหรัฐถูกแปลงเป็นเงินต่างๆในรูปแบบของ เงินสกุลต่างๆ หรือกระทั่งเงินไทยบาท การนำเข้าจึงมีความผันผวนซึ่งจะส่งผลกระทบต่อราคาโลหะทองคำ หากเงินบาทของไทยอ่อนค่าลง การนำเข้าทองคำจะมีราคาสูง

.

ปัจจัยที่ 5 การป้องกันจากความผันผวนหรือความไม่แน่นอน

จะเรียกได้ว่าทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยหรือสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำก็ว่าได้ โดยส่วนมากทองคำจะเป็นสินทรัพย์เพื่อป้องกันความไม่แน่นอน ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเกิดเหตุสงครามทางการค้าหรือสงครามจริงเกิดขึ้น ราคาทองคำจะพุ่งพรวด ซึ่งบ่งชี้ว่าทองคำเป็นแหล่งสินทรัพย์ที่ปลอดภัยสูง ในช่วงวิกฤตสินทรัพย์ประเภทต่างๆมีผลกระทบเชิงลบ แต่ก็มีผลดีกับความต้องการทองคำเนื่องจากทองคำเป็นที่หลบภัยสำหรับการว่าเงินลงทุนของคุณให้ปลอดภัย

.

ปัจจัยที่ 6 ความสัมพันธ์กับสินทรัพย์อื่น

การลงทุนในทองคำเป็นการกระจายพอร์ทการลงทุนที่มีประสิทธิภาพสูง เนื่องจากมีความสัมพันธ์เชิงลบที่ต่างกับทุกประเภทของสินทรัพย์ ซึ่งหมายถึง ถ้าสินทรัพย์ประเภทอื่นเช่นกองทุนให้ผลตอบดี ทองคำจะราคาตก

.

ทั้งหมด 6 ปัจจัยหลักที่ผมได้อธิบายด้านบนนี้เป็นปัจจัยหลักที่ผมเห็นว่ามีผลชัดเจนต่อราคาทองคำ ซึ่งในบางแหล่งอาจมีปัจจัยที่เยอะมากกว่าที่ผมเขียนไว้ได้ครับ

 

CSI INVESTMENT STRATEGY

EXPERTISE YOU NEED , SERVICE YOU DESERVE!

สมัครรับข้อมูลข่าวสาร
และเป็นส่วนนึงของโครงการของเรา

รับรู้ข้อมูลข่าวสาร และโปรโมชั่นใหม่ๆได้ก่อนใคร
พร้อมรับคูปองส่วนลด 5% ในการซื้อคอร์สหรือสินค้าของ

รับรู้ข้อมูลข่าวสาร
และโปรโมชั่นใหม่ๆได้ก่อนใคร
พร้อมรับคูปองส่วนลด 5% ในการซื้อ
คอร์สหรือสินค้าของ