การปรับพอร์ตสมดุล : Asset Rebalance

การปรับพอร์ตสมดุล

โดย ธีรภัทร เทวาเรืองทรัพย์

Trading Manager – SPC Precious Metal Co.,Ltd

สวัสดีครับนักลงทุนทุกท่าน อาทิตย์ที่ผ่านมามีเหตุการณ์ bitcoin ที่ยังพุ่ง เเละ ทองคำปรับตัวลงวันเดียว 45 usd/tr.oz ที่ผมสังเกต เเล้วน่าสนใจเลยทีเดียวครับ เหตุการณ์นี้เรียก Asset Rebalance เเล้วมันคืออะไรกันเเล้วเราสามารถนำมาใช้ในการปรับพอร์ตการลงทุนได้อย่างไรบ้าง

Asset Rebalance หรือ การปรับพอร์ตสมดุลคืออะไร?

การปรับสมดุลใหม่เป็นกระบวนการในการปรับน้ำหนักของพอร์ตสินทรัพย์ การปรับสมดุลใหม่เกี่ยวข้องกับการซื้อหรือขายสินทรัพย์ในพอร์ตโฟลิโอเป็นระยะๆ เพื่อรักษาระดับการจัดสรรหรือความเสี่ยงในระดับเดิมหรือที่ต้องการ

ตัวอย่างเช่น สมมติว่าการจัดสรรสินทรัพย์เป้าหมายเดิมคือหุ้น 50% และพันธบัตร 50% หากหุ้นทำงานได้ดีในช่วงเวลาดังกล่าว อาจทำให้น้ำหนักหุ้นของพอร์ตเพิ่มขึ้นเป็น 70% นักลงทุนอาจตัดสินใจขายหุ้นบางส่วนและซื้อพันธบัตรเพื่อให้พอร์ตการลงทุนกลับคืนสู่เป้าหมายเดิมที่จัดสรรไว้ที่ 50/50

การปรับสมดุลทำงานอย่างไร

โดยหลักแล้ว การปรับสมดุลพอร์ตโฟลิโอจะช่วยป้องกันนักลงทุนจากการเผชิญกับความเสี่ยงที่ไม่พึงประสงค์มากเกินไป ประการที่สอง การปรับสมดุลใหม่ทำให้มั่นใจได้ว่าพอร์ตโฟลิโอจะยังคงอยู่ในขอบเขตความเชี่ยวชาญของผู้จัดการ บ่อยครั้ง ขั้นตอนเหล่านี้ดำเนินการเพื่อให้แน่ใจว่าปริมาณความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องอยู่ในระดับที่นักลงทุนต้องการ เนื่องจากประสิทธิภาพของหุ้นอาจแตกต่างกันอย่างมากกว่าพันธบัตร เปอร์เซ็นต์ของสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับหุ้นจะเปลี่ยนแปลงไปตามสภาวะตลาด นอกเหนือจากตัวแปรด้านประสิทธิภาพแล้ว นักลงทุนอาจปรับความเสี่ยงโดยรวมภายในพอร์ตการลงทุนของตนให้สอดคล้องกับความต้องการทางการเงินที่เปลี่ยนแปลงไป

“การปรับสมดุล” เป็นคำที่มีความหมายแฝงเกี่ยวกับการกระจายสินทรัพย์ที่เท่าเทียมกัน อย่างไรก็ตาม ไม่จำเป็นต้องมีการแบ่งหุ้นและพันธบัตรแบบ 50/50 ในทางกลับกัน การปรับสมดุลพอร์ตโฟลิโอนั้นเกี่ยวข้องกับการจัดสรรสินทรัพย์ใหม่ให้เป็นส่วนประกอบที่กำหนดไว้ สิ่งนี้ใช้ไม่ว่าการจัดสรรเป้าหมายจะเป็น 50/50 70/30 หรือ 40/60

แม้ว่าจะไม่มีกำหนดการที่จำเป็นในการปรับสมดุลพอร์ตโฟลิโอ แต่คำแนะนำส่วนใหญ่คือการตรวจสอบการจัดสรรอย่างน้อยปีละครั้ง เป็นไปได้ที่จะไปโดยไม่ต้องปรับสมดุลพอร์ตโฟลิโอใหม่ แม้ว่าโดยทั่วไปจะไม่ได้รับคำแนะนำที่ดี การปรับสมดุลใหม่ทำให้นักลงทุนมีโอกาสที่จะขายสูงและซื้อต่ำ โดยใช้กำไรจากการลงทุนที่มีประสิทธิภาพสูง และนำกลับมาลงทุนใหม่ในพื้นที่ที่ยังไม่มีการเติบโตที่โดดเด่นดังกล่าว

ค่าเงินบาท

– เงินบาทอ่อนค่าอย่างรวดเร็วและมากกว่าที่ประมาณการไว้ เนื่องจากการระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์เดลต้าที่รุนแรงขึ้นทั่วโลก ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นต่อเงินบาท ขณะที่เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มอ่อนแอลงจากทั้งการบริโภคภาคเอกชนในประเทศและภาคการท่องเที่ยว ทำให้ดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยในปีนี้มีแนวโน้มขาดดุลเป็นครั้งแรกในรอบ 8 ปี

– สรุปความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทว่า เงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบเกือบ 3 ปีที่ 33.39 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยเงินบาทเผชิญแรงกดดันด้านอ่อนค่าท่ามกลางสัญญาณเสี่ยงที่เพิ่มสูงขึ้นจากสถานการณ์การระบาดโควิด-19 ในประเทศ ที่มีผลกระทบต่อเนื่องไปยังแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปีนี้และปีหน้า

– นอกจากนี้เงินดอลลาร์ฯ ยังมีแรงหนุนเพิ่มเติมจากตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ ของสหรัฐฯ และถ้อยแถลงของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งกระตุ้นให้เกิดกระแสการคาดการณ์ถึงความเป็นไปได้ที่เฟดจะเริ่มทยอยลดวงเงินซื้อสินทรัพย์ผ่านมาตรการ QE ภายในปีนี้เป็นอย่างเร็ว

ตลาดหุ้นทั่วโลกเตรียมตัวรับความผันผวน!

เมื่อวานศุกร์ที่ผ่านมามี สัญญา Option เเละ Futures ที่จะหมดสัญญาเกือบ มูลค่ารวม 100 ล้านล้านบาท ที่เตรียมจะหมดอายุสัญญาเมื่อวันศุกร์ ที่ 17 กันยายน!

– สัญญา Futures ดัชนีหุ้นสหรัฐ

– สัญญา Options ของดัชนีหุ้นสหรัฐ

– สัญญา Options หุ้นรายตัวของสหรัฐ

ทั้งหมดมาหมดอายุสัญญาตรงกันภายในวันเดียว โดยสิ่งที่จะเกิดขึ้นคือจะทำให้วันนี้มีปริมาณการซื้อขายที่สูงมาก จากการที่หลายฝ่ายต้องทำการปิดสัญญาหรือโดนบังคับปิด ด้วยเหตุนี้ทำให้ ตลาดจะมีความผันผวนสูงเป็นพิเศษในวันนี้ และอาจเกิดการเคลื่อนไหวหรือราคากระโดดเปิดหรือปิด Gap ได้

ขอบคุณทุกท่านที่บทความของผมครับ ฝากกด Like และ Share ให้ผมด้วยหากข้อมูลนี้มีประโยชน์ ขอบคุณมากครับ

ประเด็นที่สำคัญ

– Asset Rebalace คือวิธีการที่เรียกว่า “ซื้อของถูกเข้า ขายของแพงออก” จุดประสงค์ไม่ใช่เพราะผลตอบแทนดีที่สุด แต่เป็นเพราะ ต้องการให้ความเสี่ยงของ Portfolio กลับมาสู่ระดับเดิมที่วางแผนไว้

– การปรับสมดุลคือการปรับน้ำหนักของพอร์ตโฟลิโอเพื่อบรรลุการจัดสรรเป้าหมายหรือระดับความเสี่ยงเมื่อเวลาผ่านไป

มีกลยุทธ์หลายอย่างสำหรับการปรับสมดุลใหม่ เช่น แบบอิงตามปฏิทิน แบบอิงตามทางเดิน หรือแบบอิงตามพอร์ตโฟลิโอ

การปรับปฏิทินใหม่มีค่าใช้จ่ายน้อยที่สุดแต่ไม่ตอบสนองต่อความผันผวนของตลาด ขณะที่กลยุทธ์การผสมผสานแบบคงที่นั้นตอบสนองได้ แต่มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าในการใช้งาน

ควรทำ Rebalancing ตอนไหน?

  1. กำหนดเป็นระยะเวลา เช่น 1 ปี ให้ทำการ rebalancing หนึ่งครั้ง ช่วงครึ่งปี หรือ ปลายปี ครั้ง
  2. กำหนดเป็น  Threshold ของสัดส่วนของ Assets Allocation เช่น  จะปรับเมื่อ >= -+10% เดิมจัดสัดส่วนการลงทุน ยกตัวอย่าง สัดส่วนการลงทุนเดิมเป็น หุ้น 70% ตราสารหนี้ 30% ในสภาวะตลาดกระทิง ทำให้สัดส่วนการลงทุนเป็น หุ้น 80% ตราสารหนี้ 20% ก็ให้ rebalancingเเล้วครับเเบบนี้